ในยุคที่โควิด 19 เล่นงานหลายๆ อาชีพ แต่กลับกลายเป็นช่วงนาทีทองของธุรกิจ ‘Chef’s Table’ อาชีพที่กำลังเป็นกระแสมาแรงถึงขั้นได้รับเป็น Business model ใหม่ของธุรกิจร้านอาหารเลยทีเดียว                                                                                                      

        ‘สุดยอดร้านอาหารที่ต่อให้ไกลแค่ไหน สักครั้งในชีวิตก็ควรเดินทางไปกิน’

Chef’s Table คืออะไร ?   

Chef’s Table คือการรับประทานอาหารแบบส่วนตัว ซึ่งจะมีเชฟคอยรังสรรค์เมนูต่างๆ ให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องเปิดการเมนูเลือกอาหารเองเลย หรือเรียกง่ายๆ ว่าเสิร์ฟตามใจเชฟนั่นเอง

ความแปลกใหม่ที่ Chef’s Table มอบให้กับคุณ

ความพิเศษของ Chef’s Table คือเชฟจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านอาหารที่เสิร์ฟให้กับคุณ โดยแต่ละเมนูนั้นจะมีความพิเศษทั้งวัตถุดิบและเรื่องราวต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นศิลปะในการรับประทานอาหารอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ อีกทั้งการรับประทานอาหารแบบ Chef’s Table จะจำกัดเพียงแค่ 1 โต๊ะเท่านั้น นั่นก็เพื่อให้เชฟสามารถดึงเอารสชาติของเมนูสุดพิเศษนี้ออกมาให้คุณได้อย่างเต็มอิ่ม

Chef’s Table ธุรกิจอาหารที่ไม่โดนผลกระทบจากโควิด 19 

การเข้าไปรับประทาน Chef’s Table นั้น คุณจะทำต้องทำการสั่งจองล่วงหน้า เพราะทางเชฟจะกำจัดเพียงแค่ 1 โต๊ะต่อรอบอาหารเท่านั้น วิธีสอดคล้องงกับมาตราการ social-distancing คือไม่ต้องไปแออัดกับผู้คนอื่นๆ เหมือนกับการรับประทานอาหารตามร้านทั่วไป ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ Chef’s Table รอดพ้นจากพิษของโควิด 19 แถมยังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทุกวันอีกด้วย

อยากเริ่มธุรกิจ “Chef’s Table” ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ทำ Chef’s Table ได้ไม่ใช่แค่ฝีมือทำอาหารขั้นสุดยอดอย่างเดียว คุณต้องรับบทและสวมวิญญาณ นักพูด คุยสนุก ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวจานเด็ด signature ให้กลายเป็นเมนูธรรมดาแสนพิเศษได้ คุณค่าที่มากกว่าความรู้สึกจากรสชาติอร่อย แต่คือประสบการณ์อันน่าจดจำ ที่หาจากที่ไหนไม่ได้จนต้องกลับมาซ้ำใหม่เรื่อยๆ 

เมนูอร่อยแฝงไปด้วย Story

เสน่ห์ของ Chef’s Table คือการคาดเดาไม่ออก โดยเฉพาะในเรื่องของเมนูอาหาร หน้าที่ของคุณคือทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าสนุกกับ Choice ที่เราเลือกให้ แน่นอนว่าพอเป็น Choice เราที่เลือกแล้ว อำนาจการจัดการวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆก็ตกเป็นของเราเองทั้งหมด ตัดปัญหาเรื่องของเหลือกับของขาดไปได้เลย แต่ก็อย่าลืมที่จะลงทุนในตัววัตถุดิบของเราไม่จำเป็นต้องเมนูหรูหรา เมนูคลาสสิก Homemade ก็เป็น Chef’s Table ได้ขอเพียงเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็น บอก Story ของอาหารให้กับลูกค้าได้ ดังที่เห็นตามร้าน Omakase ต่างๆที่คัดสรรวัตถุดิบพิเศษ รวมทั้งมีกิมมิคลูกเล่นอย่างการให้ลูกค้าทานทันทีหลังเสิร์ฟ เพราะถ้าหากช้าไปนิดเดียวอาจเสียรสชาติได้

จัดสถานที่ ‘สร้าง’ประสบการณ์

Chef’s Table ควรจัดในพื้นที่เป็นห้องส่วนตัว หรือที่นั่งเคาท์เตอร์แบบร้าน Omakase เพราะการนั่งที่เคาท์เตอร์และรอดูการทำอาหารจากเชฟนั้นจะเป็นจุดเด่นที่สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า อีกทั้งยังเหมาะกับเมนูอาหารที่ใช้เวลาในการทำ ลูกค้าจะไม่เบื่อและรู้สึกเหมือนได้นั่งดูโชว์อยู่

นอกจากองค์ประกอบในด้านตำแหน่งการจัดวางแล้ว เรื่องของสีและกลิ่นจากสภาพแวดล้อมภายในร้านก็สำคัญด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรเริ่มจากการสร้าง Mood&Tone ของร้านแล้วปรับองค์ประกอบต่างๆให้เข้ากับที่เลือกไว้ ซึ่งก็คือ แสง สี เสียง และกลิ่น แหล่งเปิดประสาทสัมผัสประสบการณ์ครั้งใหม่ของลูกค้า